ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาที่มักพบได้บ่อยในเด็กที่เข้ารับการจัดฟันเด็ก  (อ่าน 45 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 968
    • ดูรายละเอียด
ปัญหาที่มักพบได้บ่อยในเด็กที่เข้ารับการจัดฟันเด็ก

ปัญหาที่มักพบได้บ่อยในเด็กที่เข้ารับการจัดฟันในเด็ก (Interceptive Orthodontics หรือ Phase I Treatment) นั้น มักเกี่ยวข้องกับ ความร่วมมือในการรักษา, สุขอนามัยในช่องปาก, และปัญหาเฉพาะหน้าจากเครื่องมือจัดฟัน ค่ะ

นี่คือปัญหาหลัก ๆ ที่ผู้ปกครองและเด็กมักต้องเผชิญ:

😩 1. ปัญหาด้านความร่วมมือ (Compliance Issues)

เนื่องจากการจัดฟันเด็กในระยะแรกมักใช้เครื่องมือแบบถอดได้ (เช่น EF Line, เครื่องมือขยายขากรรไกรแบบถอดได้) ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่การเคลื่อนฟัน แต่เป็นการรักษา วินัย

ไม่ใส่เครื่องมือตามกำหนด: เด็กมักจะรู้สึกไม่สบายหรือไม่ชิน จึงหลีกเลี่ยงการใส่เครื่องมือตามจำนวนชั่วโมงที่ทันตแพทย์กำหนด (โดยเฉพาะตอนกลางวัน) ทำให้การรักษาล่าช้าหรือไม่ได้ผล

ทำเครื่องมือหาย: ปัญหานี้พบบ่อยมาก โดยเฉพาะการถอดเครื่องมือห่อกระดาษทิชชู่ไว้ตอนทานอาหารนอกบ้าน แล้วเผลอทิ้งไป

ทำเครื่องมือเสียหาย: เครื่องมือแตกหรือบิดเบี้ยวจากการเล่น หรือการทำหล่น ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำเครื่องมือใหม่


🦷 2. ปัญหาด้านสุขอนามัยในช่องปาก

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแบบถอดได้หรือติดแน่น เครื่องมือจัดฟันมักทำให้การทำความสะอาดฟันทำได้ยากขึ้นมาก

ฟันผุและคราบขาว (White Spot Lesions): เป็นปัญหาที่อันตรายที่สุด เด็กที่จัดฟันติดแน่นมักทำความสะอาดรอบ ๆ แบร็กเก็ตได้ไม่ดี ทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์สะสมและนำไปสู่การเกิดฟันผุ

เหงือกอักเสบ (Gingivitis): การแปรงฟันไม่สะอาดทำให้เกิดการสะสมของคราบพลัคบริเวณขอบเหงือกและเครื่องมือ ทำให้เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกง่าย

กลิ่นปาก: เกิดจากการสะสมของเศษอาหารและแบคทีเรียรอบ ๆ เครื่องมือที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง


🩹 3. ปัญหาเฉพาะหน้าจากเครื่องมือจัดฟัน

ความไม่สบายในช่องปาก:

ความเจ็บปวด/ตึงฟัน: โดยเฉพาะหลังจากการปรับเครื่องมือ หรือในช่วง 2-3 วันแรกของการใส่เครื่องมือ

แผลในช่องปาก: เกิดจากการระคายเคืองของลวดหรือส่วนประกอบของเครื่องมือติดแน่นที่ไปบาดเหงือก, ลิ้น, หรือกระพุ้งแก้ม

พูดไม่ชัด/น้ำลายไหลมากในช่วงแรก: โดยเฉพาะเมื่อใส่เครื่องมือแบบเต็มปาก เช่น EF Line หรือเครื่องมือขยายเพดานปาก เด็กอาจรู้สึกพูดลำบาก หรือมีน้ำลายไหลมากกว่าปกติในช่วงสัปดาห์แรกของการใส่

อาหารติดเครื่องมือ: สำหรับเครื่องมือติดแน่น อาหารมักจะติดอยู่ตามลวดและแบร็กเก็ต ทำให้เด็กหงุดหงิดและทานอาหารบางชนิดได้ยากขึ้น


👧 4. ปัญหาด้านจิตใจและสังคม

ความไม่มั่นใจในตนเอง: แม้ว่าการจัดฟันจะช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์ในอนาคต แต่ในปัจจุบันเด็กบางคนอาจรู้สึกอายเพื่อน หรือไม่กล้าพูด/ยิ้ม เมื่อต้องใส่เครื่องมือที่เห็นได้ชัดเจน

ความยุ่งยากในชีวิตประจำวัน: เด็กต้องใช้เวลาทำความสะอาดฟันนานกว่าเดิม และมีข้อจำกัดในการทานอาหาร ทำให้รู้สึกว่าการจัดฟันเป็นภาระ

การจัดการ: การแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่าง ทันตแพทย์ (ให้คำแนะนำการดูแล), ผู้ปกครอง (ดูแลวินัยและความร่วมมือ), และเด็ก (ความตั้งใจในการดูแลตัวเอง) ค่ะ